
หลายแบรนด์เริ่มต้นด้วยการดูราคาคู่แข่งแล้วตั้งให้ถูกกว่าเล็กน้อย วิธีนี้ง่าย แต่มักทำให้กำไรบางและภาพลักษณ์ไม่ชัดเจน ราคาคือสัญญาณที่บอกลูกค้าว่าสินค้านี้เหมาะกับใคร คุณภาพระดับไหน และควรคาดหวังประสบการณ์แบบใด
บทความนี้อธิบายขั้นตอนตั้งราคาสำหรับสกินแคร์แบรนด์ตัวเองแบบเป็นระบบ เหมาะกับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ที่ต้องการวางแผนก่อนสั่งผลิต ตัวเลขทั้งหมดในบทความเป็นหลักการทั่วไป ราคาจริงของคุณขึ้นอยู่กับสินค้า บรรจุภัณฑ์ และตลาดที่ขาย
ต้นทุนของสกินแคร์ไม่ได้มีแค่ค่าผลิตเนื้อครีมต่อชิ้น ควรรวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องก่อนคำนวณราคาขาย
หลายแบรนด์ลืมนับต้นทุนการตลาดและการคืนสินค้า ทำให้เมื่อรวมแล้วกำไรจริงต่ำกว่าที่คิด แนะนำให้ทำตารางต้นทุนต่อชิ้นแบบละเอียด แล้วเผื่อสัดส่วนสำหรับสินค้าเสียหายหรือส่วนลดไว้เสมอ

โดยทั่วไปตลาดสกินแคร์แบ่งเป็นระดับเข้าถึงง่าย ระดับกลาง และระดับพรีเมียม แต่ละระดับมีความคาดหวังต่างกัน ลูกค้าระดับพรีเมียมให้ความสำคัญกับเนื้อสัมผัส บรรจุภัณฑ์ และเรื่องราวแบรนด์ ขณะที่ลูกค้าระดับเข้าถึงง่ายมักเปรียบเทียบราคาต่อมิลลิลิตรอย่างละเอียด
อย่าพยายามอยู่ทุกระดับในสินค้าชิ้นเดียว ให้เลือกตำแหน่งที่ชัดเจน แล้วให้ทุกอย่างสอดคล้องกัน ทั้งสูตร ขวด กล่อง รูปถ่าย และวิธีพูดถึงสินค้า ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูธรรมดามาก แต่ตั้งราคาพรีเมียม ลูกค้าจะรู้สึกไม่สมเหตุสมผลทันที
เมื่อมีหลายสินค้า ให้คิดเป็นไลน์สินค้า มีสินค้าหลักที่ดึงลูกค้าเข้ามา สินค้าเสริมที่เพิ่มยอดต่อออเดอร์ และเซตที่ช่วยให้ลูกค้าซื้อครบ
การปรับขนาดบรรจุเป็นเครื่องมือที่ดีกว่าการลดราคาตรง ๆ เช่น มีขนาดทดลองสำหรับลูกค้าใหม่ ขนาดมาตรฐานสำหรับขายหลัก และขนาดใหญ่สำหรับลูกค้าซื้อซ้ำ ทำให้ราคาต่อมิลลิลิตรดูคุ้มขึ้นโดยไม่ต้องลดราคาขนาดเดิม
เซตสินค้าช่วยเพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์ และเหมาะกับช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ หรือแคมเปญวันดับเบิล แต่ควรออกแบบเซตให้ใช้งานร่วมกันได้จริง ไม่ใช่แค่มัดสินค้าที่ขายยากไว้ด้วยกัน
ถ้าต้องการสินค้าหลายขนาด ควรแจ้งโรงงานตั้งแต่ต้น เพราะขนาดบรรจุแต่ละแบบมีผลต่อขวด ฝา และขั้นตอนการบรรจุ

ส่วนลดบ่อยครั้งสอนให้ลูกค้ารอซื้อเฉพาะตอนลดราคา ทางที่ปลอดภัยกว่าคือวางปฏิทินโปรโมชันล่วงหน้า เช่น ส่วนลดเฉพาะแคมเปญใหญ่ ของแถมที่มีคุณค่าจริง หรือสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
การตรวจสอบกำไรหลังโปรโมชันทุกครั้งช่วยให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ยอดขายสูงแต่เงินไม่เหลือ
ราคาไม่ใช่สิ่งที่ตั้งครั้งเดียวแล้วจบ ควรทบทวนทุกไตรมาสหรือเมื่อต้นทุนเปลี่ยน ดูอัตราการซื้อซ้ำ รีวิวของลูกค้า และอัตราคืนสินค้าประกอบกัน หากลูกค้าชมว่าคุ้มค่าและซื้อซ้ำสูง อาจมีโอกาสปรับราคาขึ้นเล็กน้อยพร้อมยกระดับบรรจุภัณฑ์หรือบริการ
5FINE ทำงานร่วมกับโรงงานพันธมิตรที่ได้รับการรับรองในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และดูไบ ช่วยเจ้าของแบรนด์เลือกสูตรพร้อมใช้ เปรียบเทียบตัวเลือกบรรจุภัณฑ์ และวางโครงสร้างสินค้าให้เหมาะกับงบประมาณ ระยะเวลา จำนวนขั้นต่ำ และราคาขึ้นอยู่กับสินค้าและบรรจุภัณฑ์ และจะระบุไว้ในใบเสนอราคา หากต้องการเริ่มต้น ติดต่อทีมงาน หรือดูข้อมูลภาษาไทยที่ หน้าภาษาไทย
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับช่องทางขาย ค่าการตลาด และระดับราคาของแบรนด์ ให้คำนวณจากต้นทุนรวมทั้งหมด แล้วเผื่อส่วนลดและค่าโฆษณาก่อนกำหนดราคา
ไม่จำเป็น หากสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของคุณมีจุดเด่นชัดเจน การแข่งด้วยราคาต่ำอย่างเดียวอาจทำให้กำไรบางและภาพลักษณ์ไม่ชัด
ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์ได้ หากออกแบบให้ใช้งานร่วมกันจริง ควรวางแผนบรรจุภัณฑ์และกล่องตั้งแต่ต้นกับผู้ผลิต
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปของอุตสาหกรรมเพื่อใช้ประกอบการวางแผนเท่านั้น ไม่ใช่ใบเสนอราคา ข้อเสนอ หรือคำรับรองใด ๆ จาก 5FINE จำนวนขั้นต่ำ ราคา ระยะเวลา และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบขึ้นอยู่กับสินค้าและตลาด และจะยืนยันในใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการเท่านั้น